หุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัม 3 อันดับแรก ที่น่าจับตามองในปี 2568 

2025-01-03

หุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัม 3 อันดับแรก ที่น่าจับตามองในปี 2568 

หุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังเป็นที่น่าจับตามอง เพราะถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ ด้วยศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยา ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้หุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมถือเป็นตัวแปรสำคัญในตลาดหุ้น ในขณะที่เข้าปี 2568 จะเห็นได้ชัดว่ามีบริษัทหลายแห่งให้การสนับสนุนในเทคโนโลยีนี้ จึงเป็นสิ่งที่สร้างความสนใจให้แก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก 

ในบทความนี้ เราจะพูดถึง หุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัม 3 อันดับแรก ที่น่าจับตามองในปี 2568 และปีต่อๆไป ในอนาคต 

IBM ถือเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทำให้หนึ่งในหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นที่น่าจับตามองในปี 2568 ยิ่งไปกว่านั้น ทีมควอนตัมของบริษัท (IBM Quantum) ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควอนตัมที่มีศักยภาพในการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ 

ในปี 2568 IBM มีโปรเจ็คในการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ควอนตัมที่มีชื่อว่า Condor ซึ่งมีการประมวลผลมากกว่า 1,000 คิวบิต ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าใกล้ถึงจุดที่เรียกว่า “การคำนวณความเร็วแสง (quantum advantage)” สิ่งนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ด้วยแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ให้บริการผ่านระบบคลาวด์ และด้าน IBM ได้ให้นักพัฒนาและนักธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงทรัพยากรด้านการคำนวณควอนตัมผ่านเฟรมเวิร์กอย่าง Qiskit ซึ่งเป็น “open-source” และได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก 

สำหรับนักลงทุน ด้วยการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ IBM และความร่วมมือกับบริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเช่น การเงิน สุขภาพ และพลังงาน ทำให้ IBM ถือเป็นหนึ่งในผู้นำในด้านนี้ และด้วยความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควอนตัม ทำให้หุ้นของ IBM มีโอกาสในการเติบโตที่สูงมาก 

IBM: พร้อมที่จะทำลายสถิติสูงสุดใหม่
IBM: พร้อมที่จะทำลายสถิติสูงสุดใหม่

Google ถือเป็นอีกหนึ่งผู้นำในด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัมและเป็นหนึ่งในหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่น่าจับตามองมากที่สุดในปี 2568 ในส่วนของทีมควอนตัมของ Google อย่าง Google Quantum AI กำลังพัฒนาโปรเซสเซอร์ควอนตัมที่สามารถแก้ไขปัญหาในโลกจริงได้ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน 

ในปี 2562 ด้วยโปรเซสเซอร์ควอนตัม Sycamore ได้ประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ “การคำนวณขั้นสูง (quantum supremacy)” และด้วยนวัตกรรมล่าสุดของบริษัท โปรเซสเซอร์ควอนตัม Willow ซึ่งคาดว่าจะต่อยอดและขยายขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัมไปอีกขึ้น ผ่านการทดสอบ โปรเซสเซอร์ Willow สามารถแก้ไขปัญหาการคำนวณที่ซับซ้อนได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมต้องใช้เวลาหลายพันปีในการทำงานให้เสร็จสิ้น 

ในขณะที่การคำนวณบนคลาวด์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การผนวกรวมคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้ากับ Google Cloud ของ Google ทำให้มีข้อได้เปรียบในหลายๆด้าน การรวมกันระหว่างคอมพิวเตอร์ควอนตัมและบริการคลาวด์อาจเปิดโอกาสใหม่ๆในสาขาต่างๆเช่น วิทยาการวัสดุ การค้นพบยาใหม่ รวมไปถึงการเติบโตของเทคโนโลยี ในส่วนนักลงทุนที่หวังใช้ประโยชน์จากการขยายตัวของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ควรจับตาดู Alphabet อย่างใกล้ชิดเนื่องจากบริษัทยังคงผลักดันขีดความสามารถในสาขานี้อย่างต่อเนื่อง 

GOOGL: การพุ่งขึ้นของควอนตัมจะสร้างสถิติใหม่หรือไม่
GOOGL: การพุ่งขึ้นของควอนตัมจะสร้างสถิติใหม่หรือไม่

Microsoft กำลังพยายามทำให้ตนเองเป็นผู้นำในวงการคอมพิวเตอร์ควอนตัมผ่านแพลตฟอร์ม Azure Quantum ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีควอนตัมเข้ากับบริการคลาวด์ โดยการทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์อย่าง Honeywell IonQ และฝ่ายวิจัยควอนตัมของตัวเอง Microsoft กำลังสร้างสิ่งที่เอื้อต่อการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ควอนตัม 

หนึ่งในนวัตกรรมที่มีแนวโน้มสูงสุดของ Microsoft คือการวิจัยในเรื่องคิวบิตแบบโทโพโลจิคัล ซึ่งถือเป็นคิวบิตที่มีความเสถียรมากกว่าและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดน้อยกว่าคิวบิตแบบดั้งเดิมในทางทฤษฎี หาก Microsoft สามารถผลิตคิวบิตแบบโทโพโลจิคัลออกสู่ตลาดได้สำเร็จ จะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการแข่งขันด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่ 

ด้วยอิทธิพลของ Microsoft ผ่านการใช้การประมวลผลบนคราวด์ รวมกับความก้าวหน้าในเทคโนโลยีควอนตัม ทำให้ Microsoft เป็นหนึ่งในหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่น่าติดตาม ในขณะที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ถูกผนวกรวมเข้ากับอุตสาหกรรมหลัก อาจทำให้แพลตฟอร์ม Azure Quantum ของ Microsoft มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต ซึ่งสามารถผลักดันหุ้น MSFT ให้พุ่งขึ้นสูงได้อย่างต่อเนื่อง 

MSFT: แนวโน้มของคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
MSFT: แนวโน้มของคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไม่สามาถปฏิเสธได้เลยว่าหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก ซึ่งล่าสุดมูลค่าการซื้อขายของตัวเลือกซื้อ (call options) สำหรับหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้พุ่งสูงขึ้นมากถึง 2,500% เหนือค่าเฉลี่ย 

การพุ่งขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพในเทคโนโลยีควอนตัม ปริมาณตัวเลือกซื้อในบริษัทต่างๆ เช่น IonQ ($IONQ) Rigetti ($RGTI) Quantum Computing Inc. ($QBTS) และ Quantum Computing Technologies Inc. ($QUBT) ได้เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ย 

เพื่ออธิบายให้เห็นภาพ เมื่อพิจารณาจากสถิติของ Nvidia’s ($NVDA)  ในเดือนมีนาคม ที่มีปริมาณตัวเลือกสูงสุดเพิ่มขึ้นเพียง 435% เหนือค่าเฉลี่ย  ซึ่งในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งกว่า นั่นหมายความว่านักลงทุนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด 

กล่าวโดยสรุป กองทุน ETF สำหรับการคำนวณคอมพิวเตอร์ควอนตัม ($QTUM) ได้พุ่งขึ้นถึง 23% ในเดินที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 50% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน การพุ่งขึ้นของปริมาณการซื้อขายและภาพรวมหุ้นบ่งบอกถึงความสนใจในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนปี 2568 

ความเชื่อใน AI ทำให้แนวโน้มมุ่งสู่หุ้นควอนตัม
ความเชื่อใน AI ทำให้แนวโน้มมุ่งสู่หุ้นควอนตัม

คอมพิวเตอร์ควอนตัมถึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างมากในทศวรรษนี้ และเมื่อเข้าใกล้ปี 2568 ทำให้เห็นได้ชัดว่า หลายๆบริษัทพร้อมที่จะกอบโกยจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีควอนตัม ทำให้บริษัทที่มีหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัม เช่น IBM Google และ Microsoft เป็นที่ควรจับตามองในปี 2568 และแต่ละบริษัทได้นำเสนอนวัตกรรมที่แตกต่างกันและข้อได้เปรียบทางกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมนี้ 

แม้ว่าการลงทุนในหุ้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีความเสี่ยงสูง แต่ศักยภาพในการเติบโตระยะยาวนั้นมีมากตามไปด้วย ด้วยการที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีแนวโน้มที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสุขภาพ บริษัทชั้นนำในด้านต่างๆนี้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เห็นได้ชัดเมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสจากเทรนด์คอมพิวเตอร์ควอนตัม การทำความเข้าใจกับการพัฒนาในอุตสาหกรรมและการตัดสินใจลงทุนโดยมุ่งมั่นที่ศักยภาพระยะยาวมากกว่าเพียงแค่กระแสชั่วคราวเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังคงพัฒนา หุ้นเหล่านี้อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในอนาคตของเทคโนโลยีและธุรกิจ 


การเปิดเผยความเสี่ยง 
หลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส CFD และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากความผันผวนของมูลค่าและราคาของเครื่องมือทางการเงินพื้นฐาน เนื่องจากความเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่พึงประสงค์และคาดเดาไม่ได้ อาจเกิดการขาดทุนมากกว่าการลงทุนเริ่มต้นของท่านในระยะเวลาอันสั้น    
โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านเข้าใจความเสี่ยงของการซื้อขายกับเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภทอย่างถ่องแท้ก่อนทำธุรกรรมกับเรา หากท่านไม่เข้าใจความเสี่ยงดังที่ได้อธิบายไว้ในนี้ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ 

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ   
ข้อมูลที่ปรากฏในบล็อกนี้มีไว้เพื่ออ้างอิงทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้เป็นคำแนะนำการลงทุน ข้อเสนอแนะ คำเชิญ หรือการเสนอขายหรือซื้อเครื่องมือทางการเงินใดๆ ทั้งนี้ไม่ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์การลงทุนหรือสถานการณ์ทางการเงินเฉพาะของผู้รับข้อมูลแต่ละราย ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับผลการดำเนินงานในอนาคต Doo Prime และบริษัทในเครือไม่ให้การรับรองหรือรับประกันใดๆ เกี่ยวกับความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลนี้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้หรือลงทุนตามข้อมูลดังกล่าว  
กลยุทธ์ที่กล่าวถึงข้างต้นสะท้อนถึงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ควรใช้หรือพิจารณาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อขายหรือคำเชิญชวนให้เข้าทำธุรกรรมใดๆ Doo Prime ไม่รับรองความถูกต้องหรือความครบถ้วนของรายงานนี้และปฏิเสธความรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เป็นผลมาจากการใช้รายงานนี้ คุณไม่ควรพึ่งพารายงานนี้แต่เพียงอย่างเดียวเพื่อทดแทนการตัดสินใจของคุณเอง ตลาดมีความเสี่ยงเสมอ และการลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง 

วิเคราะห์ตลาดเชิงลึกIconBrandElement

article-thumbnail

2025-03-24 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

ราคาน้ำมันจะไปทางไหน? ข้อตกลงรัสเซีย-ยูเครนส่งผลอย่างไร?

ข่าวการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง และตลาดโลกก็กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตลาดน้ำมัน ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2022 ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างหนัก  ทำให้เคยพุ่งขึ้นเกือบ 50% แตะระดับสูงกว่า $120 ต่อบาร์เรลในช่วงหนึ่ง สงครามทำให้ซัพพลายทั่วโลกหยุดชะงัก เกิดมาตรการคว่ำบาตรและส่งแรงกดดันต่อตลาดพลังงานทั่วโลก แต่ตอนนี้เมื่อมีสัญญาณของข้อตกลงสันติภาพ ราคาน้ำมันอาจเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ ราคาจะร่วงลงเมื่อความกังวลด้านอุปทานคลี่คลาย? หรือจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกครั้ง?  ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกว่าข้อตกลงครั้งนี้อาจเปลี่ยนทิศทางของตลาดน้ำมันอย่างไร  ทำไมราคาน้ำมันช่วงนี้ถึงผันผวน  ข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดน้ำมันโลก โดยเฉพาะในด้านอุปทาน การค้า และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์  🔹 อุปทานน้ำมันจากรัสเซียอาจเพิ่มขึ้น: มาตรการคว่ำบาตรที่ผ่านมาได้จำกัดการส่งออกของรัสเซีย ทำให้ต้องขายน้ำมันในราคาต่ำ หากมีข้อตกลงสันติภาพ ข้อจำกัดเหล่านี้อาจผ่อนคลาย ส่งผลให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันกลับเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น  🔹 ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจลดลง: ตลอดสงคราม ความไม่แน่นอนได้ส่งผลให้ตลาดมีการตั้งราคาที่รวม “ค่าความเสี่ยง” เอาไว้ หากสงครามสิ้นสุดลง ความเสี่ยงนี้ก็จะหายไป ซึ่งอาจกดดันราคาน้ำมันให้ลดลง  🔹 ท่าทีของ OPEC+ ยังไม่แน่นอน: รัสเซียเป็นสมาชิกหลักของกลุ่ม OPEC+ การเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การผลิตของรัสเซียหลังจากมีข้อตกลงสันติภาพ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของทั้งกลุ่ม  หากอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการยังคงเท่าเดิม ราคาน้ำมันก็มีโอกาสปรับตัวลดลง แต่ในโลกของตลาดพลังงาน ทุกอย่างมักไม่ง่ายขนาดนั้น  ผลกระทบราคาน้ำมันจากข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน  ข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจนำมาซึ่งเสถียรภาพในตลาดน้ำมันโลก หากความตึงเครียดคลี่คลายและมาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิก […]

article-thumbnail

2025-03-14 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

ปี 2025 เศรษฐกิจถดถอย ? ทำไมดอลลาร์ถึงสำคัญและเราควรรู้  

คำถามใหญ่ในตลาดตอนนี้คือ ใกล้ถึงภาวะเสรษฐกิจถดถอยแล้วหรือยัง? เพื่อจะตอบคำถามนี้ได้อย่างดีนักลงทุนทั้งหลายต้องคอยจับตาดูเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ตลาดส่งสัญญาณว่า “ปี 2025 เศรษฐกิจถดถอย”  แต่เงินดอลลาร์กลับไม่เป็นเหมือนที่คาดไว้ แทนที่จะเป็นเหมือนที่ปลอดภัยแบบก่อนๆ แต่กลับอ่อนค่าลงมาก ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เพิ่งแตะระดับจุดต่ำสุดมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 การเดิมพันอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มสูงขึ้น และตอนนี้เฟด (Fed) ก็เป็นห่วงอนาคตของดอลลาร์เช่นกัน  “ฉันเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับปัจจัยที่อาจคุกคามเงินสำรองของดอลลาร์สหรัฐ”  Fed’s Harker ได้กล่าวไว้   แล้วอะไรหละที่อยู่เบื้องหลังของการร่วงของเงินดอลลาร์ และมีความหมายต่อนักเทรดและนักลงทุนอย่างไร?   นโยบายทรัมป์และเศรฐกิจถดถอยปี 2025   ต่อให้รักหรือเกลียดทรัมป์แค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันจากนโยบายของรัฐบาลชุดนี้มีผกระทบต่อตลาดและเป็นส่วนที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง    นโยบายการคลังที่ต่างจากวาระแรก ในวาระที่สองนี้ ทรัมป์มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้จ่ายของรัฐบาลและการลดการขาดดุลงบประมาณ แม้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นผลดีต่อความยั่งยืนของหนี้ระยะยาว แต่ก็สร้างความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ นักลงทุนจึงเริ่มปรับพอร์ต หันออกจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การคาดการณ์ว่าเฟด (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกกำลังกดดันค่าเงินดอลลาร์ เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ผลตอบแทนจากการถือครองเงินดอลลาร์ก็ลดลงตาม ทำให้เงินดอลลาร์ไม่น่าสนใจเทียบกับสกุลเงินอื่น  ความตึงเครียดทางการค้า แนวคิด “America First” ของทรัมป์กลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดทั่วโลกเตรียมรับมือกับมาตรการกำแพงภาษีใหม่และสงครามการค้าครั้งใหม่ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาสินทรัพย์อื่น   ทำไมเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และสิ่งนี้หมายถึงอะไร?   โดยปกติแล้ว เมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย นักลงทุน […]

article-thumbnail

2025-03-06 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

ดัชนี Fear & Greed แตะระดับ‘กลัวถึงขีดสุด’ นักลงทุนต้องทำไง?

Fear & Greed Index จาก CNN หรือเรียกอีกชื่อว่า ดัชนีแห่งความกลัวและโลภ เพิ่งแตะระดับ “Extreme Fear” หรือกลัวถึงขีดสุด ส่งผลให้นักลงทุนกำลังอยู่ในโหมดเทขายเต็มตัว ความต้องการเสี่ยงหายไป หุ้นและคริปโตตกลงอย่างต่อเนื่อง เงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว หากคุณอยู่ในตลาดมานานมากพอ จะเข้าใจว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร  ดัชนีแห่งความกลัวและโลภ (Fear & Greed Index) คือเครื่องมือที่ใช้วัดอารมณ์ของตลาดว่าตอนนี้อยู่ในสถาการณ์แบบไหน ซึ่งตอนนี้ถึงจุดที่ความกลัว (Extreme Fear) ที่เข้าครอบงำตลาด แต่มักจะเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ แต่คำถามถัดไปคือจังหวะไหนที่ควรจะเข้า? เรามาลองวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงเทขาย และแหล่งเงินมหาศาลจะไปรออยู่ตรงไหน อะไรที่ทำให้ตลาดผันผวนหนัก?   เรียกว่านี่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่คือมรสุมอย่างหนัก  “ทอง” ยังเป็นสินทรัพย์เดียวที่ยังแข็งแกร่ง   ท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง  นักลงทุนกำลังหนีเข้าสู่ความปลอดภัย ราคาทองพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และกองทุน ETF ทองคำมียอดไหลเข้าทะลุ 4.38 พันล้านดอลลาร์ ทำไมกัน? เพราะเวลาที่ตลาดตื่นกระหนก หรือปันผวนแบบนี้ สินทรัพย์ปลอดภันอย่างทองก็จะพุ่งสูงขึ้น เมื่อเงินไหลออกจากหุ้นและคริปโต ทองก็จะเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับเงินเหล่านั้นเอาไว้ และนี่ไม่ใช่แค่การหลบไปยังจุดปลอดภัย […]